เงื่อนไขการใช้บริการ (Terms of Use)
บริษัท โกชิปป์ จำกัด
บริษัท โกชิปป์ จำกัด ("บริษัท" หรือ "เรา") เป็นผู้ให้บริการระบบ GoShip
ซึ่งเป็นระบบหลังบ้านช่วยจัดการขนส่งสินค้าหรือพัสดุ
รวมถึงเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงเกี่ยวกับบริการขนส่งระหว่างท่านกับผู้บริการขนส่งชั้นนำที่เป็นพันธมิตรของเรา
เพื่อให้ท่านมีความสะดวกในการติดต่อใช้บริการ
ทำให้ท่านสามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้มากและมีประสิทธิภาพภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
เพื่อให้ท่านเข้าถึงบริการจากเราอย่างมีประสิทธิภาพ การที่ท่านสมัคร ลงทะเบียน กดยอมรับ หรือใช้บริการของเรา
อาจถือเป็นการแสดงเจตนายอมรับเข้าผูกพันตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ ตามที่กฎหมายอนุญาตและตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
ดังนั้นก่อนการสมัคร ลงทะเบียน หรือใช้บริการจากเรา โปรดศึกษาเงื่อนไขการใช้บริการนี้ก่อนทุกครั้ง
เพื่อให้มั่นใจได้ว่าท่านได้ทราบถึงสิทธิประโยชน์หรือหน้าที่ของท่าน (ถ้ามี)
จากการใช้บริการของเราอย่างครบถ้วนแล้ว
นิยาม
เว้นแต่มีการกำหนดเป็นอย่างอื่น ให้คำดังต่อไปนี้มีความหมายตามที่ระบุไว้ในข้อนี้
"เรา" หรือ "บริษัท" ให้หมายถึง บริษัท โกชิปป์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ GoShip หรือชื่ออื่นใดอันหมายถึงบริการดังกล่าว
"ผู้ใช้บริการ" หรือ "ท่าน" ให้หมายถึง บุคคลใดก็ตามที่เข้าถึง เข้า ลงทะเบียน หรือใช้งานผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ บริการ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของบริษัทไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด และให้หมายรวมถึงผู้ใช้บริการที่ใช้งานโดยตรงผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ/หรือช่องทางของเราในรูปแบบต่างๆ
"ผู้บริการขนส่ง" ให้หมายถึง บุคคลที่ประกอบกิจการขนส่ง ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท โดยที่ผู้ใช้บริการจะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้บริการของผู้บริการขนส่งต่างๆ ได้เองผ่านบริการของบริษัท
"เงื่อนไขการใช้บริการ" ให้หมายถึง ข้อตกลง ข้อกำหนด ข้อสัญญา หรือชื่ออื่นใดที่มีลักษณะแบบเดียวกันที่เราได้แจ้งและมีผลทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายของผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้
"บริการ" ให้หมายถึง การให้บริการต่างๆ ในระบบที่กำหนดไว้โดยบริษัท ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ/หรือผ่านช่องทางต่างๆ ที่จัดให้โดยบริษัท ไม่ว่า ณ ขณะนั้นจะใช้ชื่อ GoShip หรือไม่ก็ตาม แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงบริการที่เป็นส่วนเชื่อมต่อหรือบริการที่ดำเนินการโดยผู้บริการขนส่ง
"ข้อมูล" ให้หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่ผู้ใช้บริการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ใช้บริการให้ทำการแทนได้ให้ไว้แก่บริษัทผ่านทางช่องทางต่าง ๆ
"ข้อมูลผู้ใช้บริการ" ให้หมายถึง ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการนำเข้า จัดเก็บ หรือประมวลผลผ่านระบบ รวมถึงข้อมูลสินค้า คำสั่งซื้อ ข้อมูลลูกค้าปลายทาง และข้อมูลอื่นที่เกิดจากการใช้บริการ
"บัญชีผู้ใช้งาน" ให้หมายถึง ชื่อผู้ใช้งาน (Username) รหัสผ่าน (Password) และ รหัส OTP – One Time Password รวมถึงรหัสอื่นใด หรือวิธีการยืนยันตัวบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใช้บริการนี้ โดยไม่ว่าจะเป็นรหัสที่ผู้ใช้บริการหรือบริษัทเป็นผู้กำหนด
"ค่าบริการ" หมายถึง ค่าบริการทุกประเภทที่ผู้ใช้บริการต้องชำระให้แก่บริษัทจากการใช้บริการ
"ตัวแทน" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคล หรือชื่ออื่นใดอันมีความหมายเดียวกัน ที่ได้รับอนุญาตและ/หรือได้รับแต่งตั้งจากผู้ใช้บริการให้สามารถใช้ระบบหรือบริการทั้งหมดหรือบางส่วนของบริษัท
"แพลตฟอร์มบุคคลภายนอก" ให้หมายถึง เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน Marketplace, Social Commerce, ระบบขนส่ง ระบบชำระเงิน API หรือระบบอื่นใดที่ไม่ได้เป็นเจ้าของหรืออยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของบริษัท
ขอบเขตการให้บริการ
- บริษัทสงวนสิทธิ์ไม่ให้บริการสำหรับสินค้าหรือพัสดุดังต่อไปนี้ สัตว์มีชีวิต สิ่งเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท อาวุธ วัตถุระเบิด และสิ่งของที่ใช้ในการก่ออาชญากรรม สิ่งลามกอนาจาร วัตถุไวไฟ วัตถุมีคมที่ไม่มีเครื่องหุ้มห่อหรือการป้องกัน วัตถุที่บรรจุหีบห่อไม่เหมาะสมต่อการขนส่ง สิ่งโสโครกหรือสิ่งมีพิษซึ่งอาจทำให้เกิดอันตราย สิ่งของปลอมแปลงหรือลอกเลียนแบบโดยละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าควบคุมตามกฎหมาย สิ่งอื่นใดอันผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี ตลอดจนสิ่งอื่นใดที่เป็นพัสดุต้องห้ามหรือไม่รับขนส่งตามนโยบายของผู้บริการขนส่งแต่ละราย หรือพัสดุที่มีขนาดหรือน้ำหนักเกินกว่าที่ผู้บริการขนส่งกำหนด ซึ่งผู้บริการขนส่งอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการใช้บริการของบริษัทไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดสำหรับสินค้าหรือพัสดุข้างต้น ไม่ว่าบริษัทจะได้ทราบหรือไม่ก็ตาม ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่ต้องรับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการที่ผู้ใช้บริการนำสินค้าหรือพัสดุต้องห้ามมาใช้บริการ และผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายและผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
- ผู้ใช้บริการตกลงและรับรองว่า กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ใช้บริการนั้นได้บรรลุนิติภาวะและเป็นผู้ที่มีความสามารถโดยชอบตามกฎหมายในการเข้าผูกพันและใช้บริการของบริษัท ส่วนกรณีเป็นองค์กรหรือนิติบุคคล จะต้องดำเนินการโดยผู้แทนหรือตัวแทนที่มีอำนาจกระทำการแทนโดยชอบด้วยกฎหมายด้วย ทั้งนี้หากบริษัทพบว่าผู้ใช้บริการไม่มีคุณสมบัติข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณายกเลิกการให้บริการได้ตลอดเวลา
- ผู้ใช้บริการตกลงและรับรองว่า ข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการให้ไว้แก่บริษัทและหรือผู้บริการขนส่งนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ในกรณีที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้บริษัทและหรือผู้บริการขนส่งทราบโดยทันที
- ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ไม่เปิดเผยและเก็บรักษาข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานของตนเองไว้เป็นความลับจากบุคคลภายนอกโดยเคร่งครัด หากผู้ใช้บริการเปิดเผยไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม บริษัทจะถือว่าการปฏิบัติของบุคคลภายนอกดังกล่าวคือการปฏิบัติของผู้ใช้บริการ และหากการปฏิบัติของบุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต และเว้นแต่เกิดจากการกระทำหรือความบกพร่องของบริษัท บริษัทจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าว
- ผู้ใช้บริการตกลงและยอมรับว่าได้อ่านและเข้าใจเงื่อนไขการใช้บริการและนโยบายความเป็นส่วนตัวต่างๆ ของบริษัททั้งหมด รวมถึงนโยบายและหรือเงื่อนไขการให้บริการของผู้บริการขนส่งที่ผู้ใช้บริการเลือกก่อนเริ่มต้นใช้บริการครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
- ผู้ใช้บริการจะใช้บริการตามคู่มือ วิธีการ หรือคำแนะนำของบริษัทเท่านั้น และจะไม่นำเข้าและ/หรือส่งออกซึ่งข้อมูลใด ๆ เข้ามาในระบบโดยประการอันอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงไม่ใช้บริการของบริษัทผิดวัตถุประสงค์หรือใช้กระทำการในทางที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะในกรณีที่มีการใช้บริการเพื่อส่งพัสดุในลักษณะฉ้อฉลบุคคลอื่น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ระงับการใช้งานของผู้ใช้บริการนั้นๆ
- สิทธิและหน้าที่การใช้บริการของผู้ใช้บริการตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ไม่สามารถโอนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยเด็ดขาด
- ผู้ใช้บริการทราบว่า การดำเนินการใด ๆ ที่บริษัทหรือตัวแทนได้กระทำไปตามเงื่อนไขการใช้บริการ และ/หรือตามข้อมูลหรือตามคำร้องขอที่ผู้ใช้บริการซึ่งได้แจ้งต่อบริษัทหรือผู้บริการขนส่งมีผลผูกพันผู้ใช้บริการทุกประการ
- การจัดเตรียมและบรรจุสินค้าหรือพัสดุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใช้บริการและเป็นไปตามเงื่อนไขการใช้บริการของผู้บริการขนส่งแต่ละรายที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้บริการ
- บริการของบริษัทนั้น เป็นเพียงผู้ให้บริการระบบหรือแพลตฟอร์มจัดการหลังบ้านออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานจัดการสินค้า คำสั่งซื้อ รวมถึงการเลือกใช้บริการขนส่งต่างๆ ภายในระบบเท่านั้น ผู้ใช้บริการรับทราบและเข้าใจว่าบริษัทเป็นเพียงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมิใช่ขนส่ง บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้บริการและผู้บริการขนส่ง หรือระหว่างผู้ใช้บริการและลูกค้า หรือในทุกกรณีระหว่างผู้บริการขนส่งกับลูกค้าแต่อย่างใด และบริษัทไม่มีความรับผิดสำหรับธุรกรรมหรือการกระทำของบุคคลภายนอกดังกล่าว เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำหรือความบกพร่องของบริษัทเอง หรือตามที่จะได้กำหนดไว้ชัดแจ้งในเงื่อนไขการใช้บริการของบริษัท
การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มบุคคลภายนอก
- บริการบางส่วนอาศัยการรับ ส่ง หรือประมวลผลข้อมูลร่วมกับแพลตฟอร์มบุคคลภายนอกผ่าน API หรือช่องทางอื่น ความสามารถ ความเร็ว และความต่อเนื่องของบริการจึงอาจขึ้นอยู่กับระบบ เครือข่าย Rate Limit ระยะเวลาประมวลผล นโยบาย หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคของบุคคลภายนอก
- บริษัทไม่รับประกันว่าการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มบุคคลภายนอกจะต่อเนื่อง ปราศจากความล่าช้า หรือปราศจากข้อผิดพลาดตลอดเวลา
- ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการขัดข้อง ความล่าช้า การปฏิเสธคำขอ การจำกัดการใช้งาน การเปลี่ยนแปลง API หรือเหตุที่เกิดขึ้นจากหรืออยู่ภายใต้การควบคุมของแพลตฟอร์มบุคคลภายนอก
การชำระค่าบริการ
- ผู้ใช้บริการจะต้องชำระค่าบริการผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ที่บริษัทยอมรับเท่านั้น
- ผู้ใช้บริการต้องทำการสำรองเงินภายในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ไม่น้อยกว่า 250 บาท ตลอดระยะเวลาการใช้บริการ ทั้งนี้หากเงินสำรองไว้น้อยกว่า 250 บาท จะไม่สามารถทำการออกเลขพัสดุในการใช้บริการได้ทุกกรณี
- กรณีเงินภายในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ติดลบไม่ว่าในกรณีใด ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการเติมเงินให้ครบจำนวนตามจำนวนเงินสำรองที่บริษัทกำหนดไว้ให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน
- บริษัทมีสิทธิในการหักเงินค่าขนส่งผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ตามข้อมูลพัสดุที่จัดส่งจริงโดยอ้างอิงข้อมูลที่ผู้บริการขนส่งแจ้งให้บริษัททราบได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ในกรณีที่ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากผู้บริการขนส่งคลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้อง ผู้ใช้บริการจะติดต่อและดำเนินการตามขั้นตอนวิธีการที่ผู้บริการขนส่งแต่ละรายกำหนดเอง ทั้งนี้เมื่อบริษัทได้รับแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนจากผู้บริการขนส่งแล้ว บริษัทจะหัก/คืนเงินส่วนต่างนั้นเข้าระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ของผู้ใช้บริการได้ ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต การหักหรือคืนเงินตามข้อนี้ไม่ถือเป็นการผิดสัญญาของบริษัท เว้นแต่เกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือความบกพร่องของบริษัทเอง
- ในกรณีที่ผู้ใช้บริการระบุข้อมูลน้ำหนัก/ขนาดพัสดุเพื่อประเมินค่าขนส่ง (Estimate) ต่ำกว่าข้อมูลการจัดส่งจริง และต่อมาบริษัทได้รับแจ้งน้ำหนัก/ขนาดพัสดุ และ/หรือค่าขนส่งที่เกิดขึ้นจริงจากผู้บริการขนส่ง (Actual) จนเป็นเหตุให้บริษัทต้องหักเงินค่าขนส่งเพิ่มเติมและทำให้ยอดเงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ติดลบ ผู้ใช้บริการตกลงและยินยอมให้บริษัทมีสิทธิ ยึดหน่วง/อายัด และ/หรือหักกลบลบหนี้ จากจำนวนเงินเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery: COD) หรือเงินอื่นใดที่บริษัทได้รับจากผู้บริการขนส่งแทนผู้ใช้บริการ ทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อชำระหนี้ค่าบริการ/ค่าใช้จ่ายคงค้างดังกล่าว จนกว่ายอดเงินใน Wallet จะกลับมาเป็นบวกหรือชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้บริษัทจะโอนเงิน COD ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ใช้บริการภายหลังจากหักกลบลบหนี้ตามสิทธิของบริษัทแล้ว การใช้สิทธิตามข้อนี้ ไม่ถือเป็นการผิดสัญญา และผู้ใช้บริการตกลงไม่โต้แย้งการใช้สิทธิดังกล่าวของบริษัท เว้นแต่การใช้สิทธินั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อนี้ หรือเกิดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยความบกพร่องของบริษัท ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อสิทธิตามกฎหมายที่ไม่อาจสละได้
- ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบในค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการนี้ที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย แม้ต่อมาจะปรากฏว่ามีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการป้อนข้อมูลหรือส่งข้อมูลจากผู้ใช้บริการ สำหรับเงื่อนไขการชำระเงินค่าบริการและอัตราค่าบริการให้เป็นไปตามที่บริษัทจะได้ประกาศหรือกำหนดให้ทราบเป็นครั้งคราวไป ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการให้เป็นไปตามข้อกำหนดว่าด้วยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในข้อ 51 อนึ่งบริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงหรือยกเลิกบริการหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบริการ ไม่ว่าจะเป็นการชั่วคราวหรือถาวรก็ตาม ภายใต้เงื่อนไขตามข้อ 45 และข้อ 51
- ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ผู้ใช้บริการตกลงให้บริษัทดำเนินการเรียกเก็บเงินและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการที่ดำเนินการชำระเงินซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เพื่อดำเนินการชำระเงินตามเงื่อนไขการใช้บริการของบริษัท
- ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่าบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทุกกรณีเมื่อมีการนำพัสดุเข้าสู่ระบบของบริษัทหรือมีการให้บริการเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่เป็นกรณีที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้
- ในกรณีที่บริษัทได้รับแจ้งร้องเรียนจากผู้รับพัสดุปลายทางว่าได้รับพัสดุไม่ตรงตามคำสั่งซื้อ และ/หรือได้รับพัสดุทั้งที่ไม่ได้มีการสั่งซื้อ และบริษัทตรวจสอบพบว่ามีกรณีดังกล่าวตั้งแต่จำนวนร้อยละสิบ (10%) ของพัสดุทั้งหมดในรอบการส่งพัสดุนั้น บริษัทมีสิทธิ์ระงับหรือยึดหน่วงจำนวนเงิน COD ที่ผู้ใช้บริการจะต้องได้รับไว้ทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นระยะเวลาที่จำเป็นและสมควรแก่การตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ไม่เกินเก้าสิบ (90) วันนับแต่วันที่เริ่มยึดหน่วง เว้นแต่กรณีอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย การสอบสวนของหน่วยงานรัฐ หรือการตรวจสอบพฤติกรรมฉ้อฉลตามข้อ 47 ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งเหตุผลและระยะเวลาโดยประมาณในการยึดหน่วงให้ผู้ใช้บริการทราบ
- เว้นแต่เงื่อนไขนี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นหรือบริษัทอนุมัติเป็นกรณีเฉพาะ ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิเรียกคืนค่าบริการที่ชำระแล้วในกรณีที่มีการยกเลิกใช้บริการหรือปรับลดบริการลงก่อนครบกำหนดสัญญา (ถ้ามี) ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ทั้งนี้ ข้อกำหนดนี้ไม่กระทบต่อสิทธิคืนค่าบริการตามส่วนที่กำหนดไว้ในข้ออื่นของเงื่อนไขนี้
ทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้า
- บริษัทเป็นเจ้าของหรือมีซึ่งสิทธิในเนื้อหาและเครื่องหมายการค้า รวมทั้งลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และทรัพย์สินทางปัญญาในข้อมูลที่แสดง รูปภาพ และรูปแบบการแสดงผลตามที่ปรากฏในบริการ ระบบ เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทั้งหมด ห้ามมิให้ผู้ใดทำการคัดลอก ทำซ้ำ มีสำเนา สำรองไว้ ทำเลียนแบบ ทำเหมือน ดัดแปลง ทำเพิ่ม เพื่อนำไปเผยแพร่ด้วยวัตถุประสงค์อื่นใด โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือจากบริษัท ทั้งนี้ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาตามข้อนี้ครอบคลุมเฉพาะซอฟต์แวร์ ระบบ อินเทอร์เฟซ รูปแบบการแสดงผล กราฟิก และเนื้อหาที่บริษัทสร้างขึ้น และไม่รวมถึงข้อมูลผู้ใช้บริการ (User Data) ตามข้อ 53
ขอบเขตความรับผิดของบริษัท
- ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของบริษัท รวมถึงการขัดข้องหรือความล่าช้าของอินเทอร์เน็ต เครือข่าย แพลตฟอร์มขายสินค้า ผู้บริการขนส่ง ระบบชำระเงิน หรือบริการของบุคคลภายนอก
- บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลหรือการดำเนินการของผู้ใช้บริการที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือการที่ผู้ใช้บริการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข คู่มือ หรือคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับบริการ
- ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายทางธุรกิจหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น การสูญเสียกำไร รายได้ ยอดขาย ค่าสินค้า โอกาสทางธุรกิจ ชื่อเสียง ค่าโฆษณาและการตลาด ค่าตอบแทน Influencer หรือ Creator ค่า Affiliate หรือ Commission ค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับจากแพลตฟอร์ม ค่าใช้จ่ายในการชดเชยลูกค้า ส่วนลด คูปอง โปรโมชั่น หรือภาระที่ผู้ใช้บริการมีต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องรับผิด
- ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องรับผิดและไม่สามารถยกเว้นความรับผิดดังกล่าวได้ ความรับผิดรวมสูงสุด (aggregate maximum liability) ของบริษัทสำหรับเหตุการณ์เดียวกันหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน จะไม่เกินค่าบริการหรือค่าแพ็กเกจที่ผู้ใช้บริการชำระจริงในช่วงหนึ่ง (1) เดือนก่อนวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ทั้งนี้ เพดานความรับผิดนี้ครอบคลุมทุกประเภทการเรียกร้องไม่ว่าจะเป็นมูลสัญญา มูลละเมิด หรือมูลฐานอื่นใด เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- การคำนวณเพดานความรับผิดตามข้อก่อนหน้าไม่รวมค่าขนส่ง เงินทดรอง ค่าธรรมเนียมของบุคคลภายนอก หรือเงินที่บริษัทรับไว้เพื่อชำระต่อให้บุคคลภายนอก ทั้งนี้ การไม่รวมรายการดังกล่าวในการคำนวณเพดานมิได้หมายความว่าบริษัทยอมรับความรับผิดในรายการเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ ความรับผิดของบริษัทต่อรายการดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้องในเงื่อนไขนี้
- หากความเสียหายเกิดจากการกระทำของทั้งบริษัทและผู้ใช้บริการ หรือมีบุคคลภายนอกเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุ ความรับผิดของแต่ละฝ่ายให้พิจารณาตามสาเหตุและส่วนที่แต่ละฝ่ายมีส่วนทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ ภาระการพิสูจน์ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการขนส่งจาก Logistics Provider ผ่านระบบ
- สำหรับความเสียหายต่อพัสดุจากการจัดส่ง ให้ใช้หลักเกณฑ์และวงเงินความรับผิดเฉพาะด้านการขนส่งตามที่บริษัทประกาศหรือเงื่อนไขของผู้บริการขนส่งที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่เงื่อนไขกำหนดวงเงินชดเชยพัสดุสูงสุด 2,000 บาทต่อพัสดุ ให้คงใช้เฉพาะกับความเสียหายจากการจัดส่งที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวกับผู้บริการขนส่งเท่านั้น วงเงินดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของผู้บริการขนส่งแต่ละราย มิใช่การรับประกันหรือการรับผิดของบริษัท
- หากสินค้าหรือพัสดุมีการขอระงับการจัดส่งระหว่างการขนส่งของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องแจ้งลูกค้าหรือผู้รับพัสดุให้ดำเนินการปฏิเสธการรับสินค้าหรือพัสดุในทุกกรณีด้วย กรณีสินค้าหรือพัสดุได้ดำเนินการจัดส่งและรับไว้สำเร็จแล้ว บริษัทไม่รับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการที่สินค้าหรือพัสดุได้ดำเนินการจัดส่งและรับไว้สำเร็จแล้ว ทั้งที่มีการร้องขอระงับการจัดส่ง
- กรณีผู้ใช้บริการประสงค์เคลมสินค้าหรือพัสดุใดๆ ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ผ่านระบบของบริษัท พร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบตามที่บริษัทกำหนดภายในเจ็ด (7) วัน นับแต่วันที่ผู้รับพัสดุได้รับพัสดุชิ้นนั้น หรือนับแต่วันที่ผู้ใช้บริการทราบหรือควรทราบถึงความเสียหายหรือสูญหาย แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาคำร้องเคลมที่ยื่นเกินกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เว้นแต่ผู้ใช้บริการพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถยื่นคำร้องภายในกำหนดได้ ทั้งนี้ การเคลมอยู่ภายใต้เงื่อนไขของผู้บริการขนส่งแต่ละรายซึ่งอาจแตกต่างกัน
- ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขนส่งในกรณีดังต่อไปนี้
- ความเสียหายต่อสินค้าที่มีลักษณะเปราะบาง แตกหักง่าย หรือต้องการการบรรจุหีบห่อพิเศษ เช่น แก้ว เซรามิก ไม้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์กันกระแทก และสิ่งของอื่นในลักษณะเดียวกัน รวมถึงความเสียหายทางไฟฟ้าและแม่เหล็ก หรือการลบเลือนที่เกิดขึ้นกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ภาพถ่าย ข้อมูลบันทึก หรือความบกพร่องที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของสิ่งของที่จัดส่ง
- ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของผู้ใช้บริการ ผู้รับพัสดุ หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของบริษัท รวมถึงหน่วยงานภาษีอากรและหน่วยงานรัฐอื่น
- ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดชอบต่อบทลงโทษ ความสูญเสีย หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากเอกสารหรือสินค้าหรือพัสดุของผู้ใช้บริการที่ถูกยึดโดยหน่วยงานราชการ ในกรณีที่การยึดนั้นเกิดจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมหรือไม่ได้เกิดจากการกระทำโดยมิชอบของบริษัท
การใช้งานกรณีมีปริมาณคำสั่งซื้อหรือการใช้งานสูงผิดปกติ (High-Volume Usage)
- ผู้ใช้บริการรับทราบว่า บริการของบริษัทเป็นระบบออนไลน์ที่มีการประมวลผลข้อมูลและเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มบุคคลภายนอกหลายระบบ ซึ่งประสิทธิภาพในการประมวลผลอาจแตกต่างกันตามปริมาณคำสั่งซื้อ จำนวนรายการสินค้า จำนวนผู้ใช้งานพร้อมกัน ปริมาณการเรียกใช้งาน API ความสามารถของระบบหรือแพลตฟอร์มภายนอก ตลอดจนปัจจัยทางเทคนิคอื่น ๆ
- ในกรณีที่ผู้ใช้บริการทราบหรือสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดคำสั่งซื้อหรือปริมาณการใช้งานจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น เช่น การ Live Commerce โดย Influencer หรือ Creator การจัด Flash Sale การทำ Mega Campaign การเปิดตัวสินค้า การจัด Promotion ขนาดใหญ่ การยิงโฆษณาปริมาณสูง หรือกิจกรรมอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการมีหน้าที่แจ้งบริษัทล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด หรือระยะเวลาอื่นตามที่บริษัทจะประกาศเป็นครั้งคราว เพื่อให้บริษัทสามารถประเมินและเตรียมความพร้อมของระบบได้ตามสมควร
- ผู้ใช้บริการรับทราบว่า ในช่วงที่มีคำสั่งซื้อหรือธุรกรรมเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก การรับข้อมูล การประมวลผลคำสั่งซื้อ การตัดหรือปรับปรุงจำนวนสินค้าคงเหลือ (Stock) การ Synchronize ข้อมูลระหว่างระบบ รวมถึงการส่งข้อมูลไปยังหรือรับข้อมูลจากแพลตฟอร์มภายนอก อาจเกิดความล่าช้า การประมวลผลไม่ทันเวลา หรือความคลาดเคลื่อนชั่วคราวได้ ข้อมูลจำนวนสินค้าคงเหลือ (Stock) ที่แสดงในระบบหรือบนแพลตฟอร์มภายนอกเป็นข้อมูลที่ประมวลผล ณ ขณะหนึ่ง (point-in-time) และอาจไม่สะท้อนจำนวนสินค้าคงเหลือจริง ณ เวลาปัจจุบัน (real-time)
- หากผู้ใช้บริการคาดการณ์ว่าจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาอันสั้น ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ประเมินความเหมาะสมของการใช้ฟังก์ชันจัดการสินค้าคงเหลือ (Stock Management) และอาจพิจารณาปิดการทำงานของฟังก์ชันดังกล่าวเป็นการชั่วคราวก่อนเริ่มกิจกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการประมวลผลหรือ Synchronize Stock ที่ไม่ทันต่อปริมาณคำสั่งซื้อ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการจำหน่ายสินค้ารายการเดียวกันผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน
- ในกรณีที่ผู้ใช้บริการทราบหรือควรทราบว่าเกิดการขายสินค้าเกินจำนวนสินค้าคงเหลือ (Overselling) ขึ้นแล้ว ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ดำเนินการลดความเสียหายโดยทันที เช่น หยุดการขาย ปรับจำนวนสินค้าด้วยตนเอง หรือปิดการ Synchronize ชั่วคราว บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายส่วนที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการลดความเสียหายตามสมควร
- บริษัทไม่รับประกันว่าบริการจะสามารถรองรับปริมาณคำสั่งซื้อ ธุรกรรม หรือการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันหรือสูงผิดปกติจากรูปแบบการใช้งานปกติของผู้ใช้บริการได้โดยปราศจากความล่าช้า การหยุดชะงัก หรือข้อผิดพลาด เว้นแต่บริษัทได้ตกลงรับรอง Capacity หรือ Service Level ดังกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเฉพาะ
- ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ได้แจ้งบริษัทล่วงหน้าเกี่ยวกับกิจกรรมที่คาดหมายได้ว่าจะก่อให้เกิดปริมาณการใช้งานสูงผิดปกติ หรือไม่ได้ดำเนินมาตรการป้องกันตามคำแนะนำหรือแนวทางที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบต่อความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากความล่าช้าในการประมวลผลคำสั่งซื้อ การ Synchronize Stock ไม่ทัน การขายสินค้าเกินจำนวนสินค้าคงเหลือ (Overselling) การสูญเสียยอดขาย กำไร รายได้ โอกาสทางธุรกิจ ชื่อเสียง หรือความเสียหายทางอ้อมหรือความเสียหายต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท หรือกรณีอื่นที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องรับผิด
- การแจ้งบริษัทล่วงหน้าตามข้อนี้มิได้ถือเป็นการรับประกันว่าระบบจะสามารถรองรับปริมาณการใช้งานดังกล่าวได้ทั้งหมด บริษัทอาจประเมิน Capacity และเสนอแนวทางทางเทคนิค การปรับ Configuration การปิดหรือจำกัด Feature บางประเภท การเพิ่ม Capacity หรือบริการเพิ่มเติมที่เหมาะสมกับลักษณะและปริมาณการใช้งานของผู้ใช้บริการเป็นรายกรณี
- ในกรณีที่บุคคลภายนอก (รวมถึงลูกค้าปลายทางของผู้ใช้บริการ) เรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท อันเนื่องมาจากการขายสินค้าเกินจำนวนสินค้าคงเหลือ (Overselling) ที่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในหมวดนี้ของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่บริษัทจากการเรียกร้องดังกล่าว ทั้งนี้ ภาระค่าเสียหายให้พิจารณาตามส่วนความรับผิดของแต่ละฝ่ายตามข้อ 30
การเปลี่ยนแปลง ระงับ ปฏิเสธหรือยกเลิกการบริการ
- บริษัทอาจระงับหรือยกเลิกการให้บริการเมื่อมีเหตุอันสมควร ดังนี้
- การระงับเฉพาะรายผู้ใช้บริการ — เมื่อมีข้อสงสัยว่าผู้ใช้บริการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย เมื่อบริษัทได้รับคำร้องเรียนที่น่าเชื่อถือ เมื่อการใช้บริการอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบหรือผู้ใช้บริการรายอื่น เมื่อผู้ใช้บริการไม่ชำระค่าบริการ หรือเมื่อมีความเสี่ยงทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นรายบุคคล
- การระงับหรือยุติบริการทั้งระบบหรือบางส่วน — เมื่อบริษัทยุติการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน บริษัทจะประกาศให้ผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีสิทธิเรียกคืนค่าบริการที่ชำระไว้เกินตามส่วนสำหรับระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้บริการ (ถ้ามี) แต่ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายอื่นเพิ่มเติมจากการระงับหรือยกเลิกตามข้อนี้ได้
- ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมีค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายคงค้างชำระ หรือมียอดเงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ติดลบไม่ว่าในกรณีใด บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือจำกัดการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) การออกเลขพัสดุ/ขอเลขติดตาม (Tracking) (ข) การเปิดใช้งานหรือการใช้งานบริการขนส่งของผู้บริการขนส่งบางราย และ/หรือ (ค) การโอนเงินเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery: COD) จนกว่าผู้ใช้บริการจะชำระหนี้ครบถ้วนหรือทำให้ยอดเงินใน Wallet กลับมาเป็นบวก การระงับหรือจำกัดการให้บริการตามข้อนี้เป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามเงื่อนไขการใช้บริการ ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ใช้บริการในการโต้แย้งความถูกต้องของยอดค่าบริการคงค้างตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด
- หากบริษัทตรวจสอบพบกระทำการหรือดำเนินธุรกรรมอันเป็นการฉ้อโกงหรือเป็นที่ต้องสงสัย หรือได้รับการร้องเรียนที่น่าเชื่อถือหรือมีมูลเหตุอันสมควร บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือระงับการให้บริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน การระงับหรือยกเลิกตามข้อนี้เป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามเงื่อนไขการใช้บริการ เว้นแต่ผู้ใช้บริการพิสูจน์ได้ว่าบริษัทกระทำการโดยไม่สุจริตหรือไม่มีมูลเหตุอันสมควร
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาระงับการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่เข้าสู่ระบบเป็นเวลานานโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- บริษัทอาจระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวด้วยเหตุจำเป็นบางประการ หรือเพื่อการบำรุงดูแลรักษา หรือพัฒนาบริการ ซึ่งรวมถึงเหตุสุดวิสัยหรือข้อบกพร่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า อันอาจจะเกิดจุดบกพร่องของอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ การปรับปรุงระบบหรือสิ่งอื่นใดที่มีผลกระทบต่อการใช้บริการและให้บริการ และในกรณีที่มีการระงับบริการประเภทที่มีค่าบริการ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าบริการสำหรับระยะเวลาที่ระงับบริการดังกล่าว ทั้งนี้ การสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าบริการตามวรรคนี้ใช้เฉพาะกรณีการระงับเพื่อบำรุงรักษา แก้ไขเหตุฉุกเฉิน ปกป้องระบบ หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทเท่านั้น และไม่กระทบต่อสิทธิเรียกคืนค่าบริการตามส่วนตามข้อ 45 ในกรณีอื่น ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการระงับบริการเพื่อการบำรุงรักษา การแก้ไขเหตุฉุกเฉิน การปกป้องระบบ หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อเพดานความรับผิดตามข้อ 28 หรือสิทธิที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ยกเว้น
- ในกรณีที่ผู้ใช้บริการฝ่าฝืนเงื่อนไขการใช้บริการและการฝ่าฝืนนั้นสามารถแก้ไขได้ บริษัทอาจแจ้งให้ผู้ใช้บริการแก้ไขภายในระยะเวลาที่สมควรตามที่บริษัทกำหนด หากผู้ใช้บริการดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าเหตุแห่งการฝ่าฝืนนั้นเป็นอันระงับไป ทั้งนี้ ข้อกำหนดนี้ไม่ตัดสิทธิบริษัทในการระงับหรือยุติบริการทันทีในกรณีที่เป็นการฝ่าฝืนร้ายแรงตามวรรคถัดไป
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนร้ายแรงหรือเป็นสาระสำคัญ บริษัทอาจยุติการให้บริการโดยทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้
- พบการใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย การลามกอนาจารหรือฉ้อโกง
- ผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการ หรือเพิกเฉยไม่ทำการสำรองเงิน หรือไม่ชำระเงินค่าบริการให้แก่บริษัทตามกำหนดระยะเวลา ทั้งนี้ สำหรับกรณียอดเงินใน Wallet ติดลบตามข้อ 16 ให้ถือว่าอยู่ภายใต้ระยะเวลาแก้ไขตามที่กำหนดในข้อดังกล่าวก่อน การยุติบริการตามข้อนี้จะกระทำได้เมื่อระยะเวลาแก้ไขสิ้นสุดลงแล้วและผู้ใช้บริการยังไม่ดำเนินการแก้ไข ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อสิทธิของบริษัทในการระงับหรือจำกัดบริการตามข้อ 46 ระหว่างที่ระยะเวลาแก้ไขยังไม่สิ้นสุด
- การฝ่าฝืนเงื่อนไขการใช้บริการที่เป็นสาระสำคัญ หรือการฝ่าฝืนเงื่อนไขที่บริษัทได้ให้โอกาสแก้ไขตามวรรคแรกแล้วแต่ผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
- เมื่อผู้ใช้บริการตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ ล้มละลาย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เคยถูกพิพากษาให้รับโทษทางอาญาจำคุกโดยไม่รอลงอาญาในความผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน หรือบริษัทพบว่าผู้ใช้บริการอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานรัฐในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการ การฉ้อฉล ความเสี่ยงทางการเงิน หรือความเสี่ยงทางกฎหมายต่อระบบหรือบริษัท
ทั้งนี้ ในกรณียุติบริการตามข้อนี้ บริษัทไม่ต้องคืนค่าบริการที่ได้ชำระแล้ว เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- บริษัทมีสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการนี้ ดังนี้
- การแก้ไขที่ไม่เป็นสาระสำคัญ — เช่น การแก้ไขถ้อยคำให้ชัดเจนขึ้น การปรับปรุงรูปแบบ หรือการเปลี่ยนแปลงทางปฏิบัติเล็กน้อย บริษัทอาจดำเนินการได้โดยประกาศการเปลี่ยนแปลงบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
- การแก้ไขที่เป็นสาระสำคัญ — เช่น การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ ขอบเขตความรับผิด หรือสิทธิหน้าที่หลักของคู่สัญญา บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการที่ไม่ประสงค์ยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีสิทธิยกเลิกการใช้บริการภายในระยะเวลาดังกล่าวโดยไม่มีค่าปรับ
- การแก้ไขฉุกเฉิน — ในกรณีที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมีผลทันทีและจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบโดยเร็ว
- การใช้บริการต่อหลังจากวันที่การเปลี่ยนแปลงมีผลบังคับ อาจถือเป็นการยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น ตามที่กฎหมายอนุญาตและตามวิธีการยอมรับที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญตามข้อ 51 (ข) สิทธิในการยกเลิกการใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนดยังคงมีผลบังคับ กรณีผู้ใช้บริการไม่ยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้งหมด กรุณาหยุด ระงับ หรือยกเลิกการใช้บริการทั้งหมดของบริษัท
ข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
- ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการแบ่งออกเป็นประเภทต่อไปนี้
- ข้อมูลผู้ใช้บริการ (User Data) — ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการนำเข้า จัดเก็บ หรือประมวลผลผ่านระบบ ผู้ใช้บริการยังคงมีสิทธิและประโยชน์ในข้อมูลดังกล่าว บริษัทมีสิทธิใช้ข้อมูลดังกล่าวเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการ ได้แก่ การจัดเก็บ สำรอง ส่งต่อ ซิงค์ข้อมูล การแก้ไขปัญหาทางเทคนิค การรักษาความปลอดภัย การป้องกันการฉ้อฉล การให้บริการลูกค้า การเรียกเก็บค่าบริการ การปรับปรุงและพัฒนาระบบ และการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ การที่ข้อมูลถูกจัดเก็บไว้ในระบบของบริษัทมิได้ทำให้บริษัทได้มาซึ่งความเป็นเจ้าของในข้อมูลดังกล่าว
- ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) — การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) (ถ้ามี)
- ข้อมูลเชิงรวมและข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ (Aggregated/Derived Data) — บริษัทอาจใช้ข้อมูลที่ผ่านการทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (de-identified) เพื่อการวิเคราะห์เชิงรวม (Aggregate Analytics) การปรับปรุงบริการ และการจัดทำรายงานสถิติ โดยไม่ระบุตัวตนของผู้ใช้บริการรายใดรายหนึ่ง
- บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลผู้ใช้บริการไว้ตลอดระยะเวลาที่ใช้บริการตามที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ เมื่อสิ้นสุดการใช้บริการ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาที่เพียงพอสำหรับการส่งออกข้อมูลตามข้อ 55 รวมถึงระยะเวลาที่จำเป็นตามกฎหมาย การระงับข้อพิพาท ภาษี การป้องกันการฉ้อฉล หรือการรักษาสิทธิตามกฎหมายของบริษัท
- เมื่อสิ้นสุดการใช้บริการ ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอส่งออก (Export) ข้อมูลของตนในรูปแบบที่บริษัทกำหนดภายในสามสิบ (30) วัน หลังพ้นกำหนดดังกล่าว บริษัทอาจลบข้อมูลได้ตามนโยบายการจัดเก็บข้อมูลของบริษัท ทั้งนี้ การลบข้อมูลตามข้อนี้ไม่กระทบต่อสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลตามข้อยกเว้นในข้อ 54
- การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ให้เป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) (ถ้ามี) ของบริษัทซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขนี้
ความปลอดภัย
- บริษัทจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้บริการจากการเข้าถึง ใช้ เปิดเผย เปลี่ยนแปลง หรือทำลายโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ บริษัทไม่รับประกันว่าระบบจะปราศจากการถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างสมบูรณ์ในทุกกรณี
- ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งาน รหัสผ่าน API Key และข้อมูลการยืนยันตัวตนอื่นๆ ของตน และต้องแจ้งบริษัททันทีเมื่อพบหรือสงสัยว่ามีการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการที่ผู้ใช้บริการไม่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลการเข้าใช้บริการตามข้อนี้ เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทเอง
ข้อกำหนดทั่วไป
- เงื่อนไขนี้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับเงื่อนไขนี้ให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลไทยที่มีเขตอำนาจ
- หากข้อกำหนดข้อใดข้อหนึ่งในเงื่อนไขนี้ถูกวินิจฉัยว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่มีผลบังคับ ให้ข้อกำหนดอื่นยังคงมีผลบังคับเต็มที่ และให้ถือว่าข้อกำหนดที่ไม่สมบูรณ์นั้นถูกแก้ไขเท่าที่จำเป็นเพื่อให้มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย
- การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิหรือไม่บังคับตามข้อกำหนดใดในเงื่อนไขนี้ ไม่ว่าในกรณีใด ไม่ถือเป็นการสละสิทธิในการใช้สิทธิหรือบังคับตามข้อกำหนดนั้นในภายหลัง
- ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งระหว่างเอกสารที่เกี่ยวข้อง ลำดับความสำคัญให้ใช้เฉพาะในส่วนที่มีข้อความขัดกันและเฉพาะเรื่องที่เอกสารนั้นครอบคลุม ดังนี้ (ก) ข้อตกลงเฉพาะรายที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษร (ข) ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) ที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษร เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ค) ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษร เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับระดับการให้บริการ (ง) เงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ (จ) นโยบายความเป็นส่วนตัว (ฉ) คู่มือหรือแนวทางการใช้งานที่บริษัทประกาศ
- ระดับการให้บริการเฉพาะ (SLA) รวมถึงตัวชี้วัดความพร้อมใช้งาน ระยะเวลาตอบสนอง และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง จะเป็นไปตามที่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรแยกต่างหาก (ถ้ามี) การบำรุงรักษาระบบและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามเงื่อนไขใน SLA ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ในกรณีที่ไม่มี SLA เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ถือว่ามี SLA เฉพาะผูกพันบริษัท
- การที่ผู้ใช้บริการสมัคร ลงทะเบียน กดยอมรับ หรือใช้บริการต่อเนื่อง อาจถือเป็นการแสดงเจตนายอมรับเงื่อนไขนี้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งมีผลบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลหรือหลักฐานการยอมรับตามระบบและวิธีการที่บริษัทกำหนด ในกรณีที่เงื่อนไขนี้มีการแก้ไขที่เป็นสาระสำคัญตามข้อ 51 (ข) บริษัทอาจขอให้ผู้ใช้บริการยืนยันการยอมรับเงื่อนไขที่แก้ไขอีกครั้ง
- เงื่อนไขนี้ รวมกับนโยบายความเป็นส่วนตัวและเอกสารอื่นที่อ้างถึงในเงื่อนไขนี้ ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างบริษัทกับผู้ใช้บริการเกี่ยวกับการใช้บริการ และใช้แทนที่ข้อตกลง ความเข้าใจ หรือการเจรจาก่อนหน้าทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ลำดับความสำคัญตามข้อ 62